นวดแบบไหนดีที่สุดหลังไปดำน้ำเที่ยวเกาะที่กระบี่
ทัวร์สี่เกาะในรูปดูสบาย แต่ของจริงคือหลายชั่วโมงของการเกร็งต้านแรงเรือ ปีนขึ้นลงบนหินเปียก และนั่งบนม้านั่งแข็ง ๆ กลางแดด ส่วนใหญ่กลับมาแล้วเพลียแบบที่นอนงีบไม่หาย
หนึ่งวันบนเรือทำอะไรกับร่างกายบ้าง
การยืนและนั่งบนเรือหางยาวที่โคลงตลอด แปลว่าหลังล่าง สะโพก และน่อง ต้องคอยปรับสมดุลเล็ก ๆ ตลอดหลายชั่วโมง เป็นงานเบาที่ไม่หยุด ซึ่งเป็นแบบที่ทำให้ตื่นมาตึงในเช้าวันรุ่งขึ้นพอดี
บวกกับแดดลงที่บ่า เกลือแห้งกรังบนผิว และเดินไกลจากท่าเรือ สรุปคือขาล้า หลังล่างตึง และผิวแห้ง มาพร้อมกันทั้งหมด
ถ้าปัญหาอยู่ที่ขา
นวดเท้าช่วยได้มากกว่าที่ชื่อมันฟังดู การกดจุดที่เท้าและน่องช่วยเรื่องการไหลเวียนหลังยืนและนั่งนิ่งมาหลายชั่วโมง และเป็นแบบที่นวดง่ายที่สุดตอนที่เพลียเกินกว่าจะเปลี่ยนชุดนอนนวดทั้งตัว
หกสิบนาทีบนเก้าอี้เอนก็มักพอให้เดินไปกินข้าวเย็นได้แบบปกติอีกครั้ง
ถ้าหลังกับบ่าหนักที่สุด
เลือกนวดน้ำมันพร้อมยืดกล้ามเนื้อ หรือนวดเฉพาะจุดหลัง คอ บ่า ไหล่ การรวมน้ำมันกับการยืดช้า ๆ จัดการได้ทั้งความตึงจากการเกร็งและความล้าทั่วไป
นวดแผนไทยก็ได้ผลดีเหมือนกัน แต่ถ้าผิวไหม้แดด การกดหนักที่บ่าอาจแสบ บอกหมอนวดได้เลย เขาจะปรับให้
ถ้าโดนแดดมาหนัก
นวดว่านหางจระเข้คือคำตอบ เพราะช่วยลดความร้อนและคืนความชุ่มชื้นให้ผิวแทนที่จะเพิ่มความร้อน และน้ำหนักมือจะเบาลงโดยธรรมชาติ ถ้าผิวแห้งจากเกลือ น้ำนมมะพร้าวหรือน้ำมันมะพร้าวเป็นตัวเลือกรองลงมา
วันที่ผิวไหม้ให้เลี่ยงน้ำมันร้อนและซาวน่า ทั้งสองอย่างรู้สึกแย่กว่าที่คิด
จองเวลาไว้ล่วงหน้า
ทัวร์เกาะส่วนใหญ่กลับถึงอ่าวนางระหว่างสี่โมงถึงห้าโมงเย็น ซึ่งเป็นช่วงที่ร้านนวดเต็มพอดี การจองคิวช่วงหัวค่ำไว้ล่วงหน้าช่วยให้ไม่ต้องเดินหาร้านทั้งที่เท้ายังมีทรายติด
ถ้าทำได้ ให้เว้นอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงระหว่างขึ้นจากเรือกับเวลานวด อาบน้ำก่อนทำให้การนวดสบายขึ้นมาก ทั้งกับตัวเองและกับหมอนวด