ผิวไหม้แดดที่กระบี่ อะไรช่วยได้ อะไรทำให้แย่ลง
กระบี่อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรแค่แปดองศา ตอนเที่ยงดวงอาทิตย์เกือบตรงหัว และค่า UV ขึ้นถึงสิบเอ็ดเป็นประจำ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของมาตรวัด คนที่ไม่เคยไหม้แดดที่บ้านมาไหม้ที่นี่ บ่อยครั้งตั้งแต่วันแรก และบ่อยครั้งไหม้จากบนเรือ
เรือทำให้ไหม้มากกว่าชายหาด
วันที่ไปทัวร์เกาะ ผิวน้ำสะท้อนแสงขึ้นมาจากข้างล่าง ลมทะเลพัดจนไม่รู้สึกร้อน และแทบไม่มีร่มเงา อาการไหม้หนัก ๆ ที่เจอส่วนใหญ่มาจากเรือหางยาว ไม่ใช่จากการนอนอาบแดดบนผ้าเช็ดตัว
ใต้คาง หลังเท้า และข้อพับเข่าด้านหลัง คือจุดที่คนลืมทา และเป็นจุดที่แสบที่สุดในคืนนั้น
เย็นวันแรก
ใช้น้ำเย็นพอประมาณ ไม่ใช่น้ำแข็ง ดื่มน้ำมากกว่าปกติ เพราะผิวที่ไหม้จะดึงน้ำไปอยู่ที่ผิวจนส่วนอื่นขาด ใส่ผ้าฝ้ายหลวม ๆ อย่าใส่อะไรที่รัดติดผิว
เลี่ยงของที่ทำให้ผิวแห้งลงไปอีก ซึ่งรวมถึงสเปรย์หลังออกแดดที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมเกือบทุกยี่ห้อ เจลว่านหางจระเข้ธรรมดาแช่ตู้เย็นไว้ มีประโยชน์กว่าของแพง ๆ
ตอนไหนที่ไม่ควรนวด
ถ้าผิวยังแดงและร้อนเมื่อแตะ หรือมีตุ่มพองที่ไหน อย่านวดน้ำมัน แรงกดและการเสียดสีบนผิวที่อักเสบทำให้เจ็บและทำให้ผิวเสียหายมากขึ้น ร้านที่ดีจะบอกตรง ๆ และเสนอทางอื่นให้
ทางเลือกที่ซื่อตรงในวันที่ไหม้หนักคือนวดเท้า 350 บาท ซึ่งไม่แตะบริเวณที่ไหม้เลย หรือไม่ก็กลับมาใหม่ในอีกสองวัน
ตอนไหนที่ช่วยได้จริง
พอความร้อนออกจากผิวแล้ว ปกติวันที่สองหรือสาม นวดว่านหางจระเข้ 500 บาท เป็นคอร์สที่ถูกต้องจริง ๆ เพราะเย็น น้ำหนักมือเบา และจัดการกับอาการตึงและลอกที่ตามมา
บอกหมอนวดก่อนเริ่มว่าไหม้ตรงไหน ดีกว่าสะดุ้งกลางคัน ไม่มีใครว่าอะไรถ้าต้องเลี่ยงบางบริเวณ
ทางที่ดีที่สุดคืออย่าให้ไหม้ตั้งแต่แรก
ทาซ้ำหลังลงน้ำทุกครั้ง ไม่ว่าข้างขวดจะเขียนว่าอะไร ช่วงสิบโมงเช้าถึงสี่โมงเย็นคือเวลาที่ UV ที่นี่อันตรายจริง ซึ่งบังเอิญเป็นเวลาเดียวกับที่ทัวร์เรือออกพอดี
ใส่เสื้อกันแดดแขนยาวในวันที่ขึ้นเรือ คือสิ่งที่ได้ผลที่สุดเพียงอย่างเดียว และเป็นสิ่งที่ลูกเรือเขาใส่กันเอง